เปิดเช้านี้เงินบาท "ทรงตัว" ที่ 32.92 บาท/ดอลลาร์ จ้างงานสหรัฐฯ แกร่ง
เงินบาทเปิด 32.92 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัว ขณะที่ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด หนุนดอลลาร์แข็งและตลาดเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ สัปดาห์นี้
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.92 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า นับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน แต่ไร้ทิศทางที่ชัดเจน (แกว่งตัวในกรอบ 32.86-33.05 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าทดสอบโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นบ้าง
ตามรายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ทว่า จังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ได้ช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และมีส่วนทำให้ เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์มากนัก เพื่อรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) สหรัฐฯ ล่าสุด ที่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ ผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจเกิน 100% ว่า Fed มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต PPI สหรัฐฯ และ ผลการประชุม ECB
สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการแข็งค่าของเงินบาท (USDTHB) ได้มีกำลังมากขึ้น และในเชิงกลยุทธ์ Trend-Following ในกรอบ Time Frame รายวันนั้น เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น อีกครั้ง หลังแข็งค่าทะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ หรือ อย่างน้อยอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ทว่าในระยะสั้น ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่หนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น อาจสร้างแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทได้
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดต่างต้องการรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างอัตราเงินเฟ้อ CPI ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย Fed อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
รวมถึงการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ Fed และเราขอย้ำคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง ภายใต้ความผันผวนสูงของตลาดการเงิน
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.50-33.30 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.80-33.00 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 32.92 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากราคาปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 32.90 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (4 ก.ย.) หลังข้อมูลระบุว่า นายจ้างสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 162,000 ตำแหน่งในเดือน ส.ค. สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 56,000 ตำแหน่งอย่างมาก ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.
อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์สหรัฐลดช่วงบวกลงบางส่วน เนื่องจากตลาดสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาว 3 วัน และนักลงทุนรอข้อมูลเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในสัปดาห์หน้า โดยวันจันทร์ (7 ก.ย.) เป็นวันหยุดราชการของสหรัฐฯ เนื่องในวันแรงงาน (Labor Day)
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวันศุกร์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 121.51 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1,265 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.80-33.10 แนะนำทยอยซื้อ 32.80 ขาย 33.10
- EUR/THB 38.15-38.55 แนะนำทยอยซื้อ 38.15 ขาย 38.55
- JPY/THB 0.2090-0.2140
- GBP/THB 44.40-44.90
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB